กฎสัชฌายะ 15 ข้อ


การออกเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ :
หนังสือชุดพระไตรปิฎกเป็นการเรียงพิมพ์เสียงปาฬิ (เดิมเรียกว่า บาลี) ด้วยชุดอักขะระ (Akkhara) ของชาติต่างๆ ซึ่งแต่ละชุดมีจุดเด่นและจุดด้อยของการเขียนเสียงปาฬิที่แตกต่างกัน อาจกล่าวได้ว่าพระไตรปิฎก จ.ป.ร. อักขะระสยาม ซึ่งจัดพิมพ์เป็นชุดครั้งแรกของโลกในปี พ.ศ. 2436 มีจุดเด่นที่สำคัญของการเขียนเสียงปาฬิ คือ “การถอดเสียง” (Phonetic Transcription) โดยพิมพ์อักขะระสยาม เช่น “พุท์โธ” เขียนเสียงปาฬิ เทียบกับ อักขะระโรมัน ว่า “buddho” ซึ่งเป็นอักขะระที่ชาวโลกสามารถอ่านออกเสียงได้เป็นสากล และแม่นตรงกับเสียงที่กำหนดไว้ในไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ นอกจากนี้อักขะระสยามยังมีจุดเด่นที่มีเสียงพยัญชนะและเสียงสระครบทุกเสียงปาฬิ แต่การออกเสียงปาฬิในประเทศไทย ยังไม่ตรงกับกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ กล่าวคือคนไทยมักไม่ออกเสียงปาฬิตามกฎไวยากรณ์ และยังออกเสียงไม่ตรงกับอักขะระสยาม-ปาฬิ ที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน-ปาฬิ เช่น รูป อักขะระสยาม พ และ ท มิใช่ออกเสียง [พอ] และ [ทอ] ตามเสียงของท้องถิ่นในภาษาไทย แต่ต้องออกเสียงเหมือนเสียงอักขะระโรมัน b [ba] และ d [da] หรือ [บะ] และ [ดะ] ดังนั้น พุท- จึงออกเสียงว่า [บุด-] หรือ [bud-]

ในสยามประเทศ อักขรวิธีสยาม-ปาฬิ ในพระไตรปิฎก จ.ป.ร. ใช้เครื่องหมายไม้-อะ ( อั ) แสดงเสียง สระ-อะ หรือเรียกว่า เสียงไม่สะกด, ไม้วัญฌการ ( ์ ) แสดงเสียงสะกด โดยแยกออกอย่างเด็ดขาดจากเครื่องหมาย ไม้ยามักการ ( ๎ ) ที่แสดงเสียงกล้ำ ซึ่งนักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ได้พบว่าเป็นการริเริ่มใช้สัททลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพเขียนเสียงปาฬิเป็นครั้งแรกในพระไตรปิฎก (ดู สัททะอักขะระวิจินตน์)
ในคำว่า พุท์- ไม้วัญฌการแสดงสัทสัญลักษณ์เสียงสะกด ตามที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน bud- และ พ๎ยา- ไม้ยามักการแสดงสัทสัญลักษณ์เสียงกล้ำตามที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน ว่า byā จึงเป็นการง่ายที่ประชาชนทั่วไปจะอ่านเสียงปาฬิตามสัทสัญลักษณ์ แม้มิได้มีความรู้ไวยากรณ์ของการแบ่งพยางค์เสียงสะกดและเสียงกล้ำ
เมื่อขาดความรู้อักขรวิธีสยาม-ปาฬิ และต้นฉบับสูญหายไป ปัจจุบันประชาชนทั่วไปจึงรู้จักแต่อักขรวิธีพินทุบอด ซึ่งใช้จุดพินทุบอดแทนทั้งเสียงสะกดและเสียงกล้ำ (จากตัวอย่างข้างต้น คือ พุทฺ และ พฺยา ทำให้เกิดความสับสนในการออกเสียงกล้ำเป็นเสียงสะกด เช่น เสียงกล้ำใน ตุเม๎ห ออกเสียงว่า ตุ-มเห กลายเป็นออกเสียงสะกดว่า ตุม-เห หรือ กัต๎วา ออกเสียงว่า กะ-ตวา กลายเป็นออกเสียงทั้งเสียงสะกดและเสียงกล้ำ ว่า กัต-ตวา เป็นต้น) ด้วยเหตุนี้ในหนังสือนี้จึงยกตัวอย่างอักขรวิธีสยาม-ปาฬิ เป็นนวัตกรรมการเขียนเสียงปาฬิอันเป็น “ตัวอย่างทางเลือก” ของการถอดเสียงปาฬิในปัจจุบัน ผู้ที่คุ้นเคยกับการอ่านพินทุบอดที่ถูกต้อง ก็สามารถเปรียบเทียบศึกษาได้ และย่อมเห็นประโยชน์ของสัทสัญลักษณ์ที่แทนเสียงสะกดและเสียงกล้ำว่าแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด
เพื่อแก้ไขปัญหาการออกเสียงต่างๆ ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องจัดทำคู่มือการออกเสียงปาฬิตามไวยากรณ์ เรียกว่า “กฎสัชฌายะ” ในเบื้องต้นมี 14 ข้อ อ้างอิงวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ข้อที่ 455 และไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ โดยพันเอก สุรธัช บุนนาค หัวหน้าคณะผู้สร้างสรรค์สิทธิบัตร เลขที่ 46390 และรองประธานมูลนิธิพระไตรปิฎกสากล
กฎสัชฌายะ 14 ข้อ มีดังต่อไปนี้
กฎสัชฌายะ ข้อ 1
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 2
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 3
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 4
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 5
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 6
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 7
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 8
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 9
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 10
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 11
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 12
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 13
(ดูรายละเอียด)

กฎสัชฌายะ ข้อ 14
(ดูรายละเอียด)

การสร้างระบบการถอดเสียงปาฬิแบบใหม่นี้ (Pāḷi Phonetic Transcription) แทนระบบการถอดอักขะระ (Alphabetic Transliteration) ตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ ที่มีมาแต่เดิมของนักวิชาการตะวันตก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำเสนอเป็นรูป สัทอักษร (Phonetic Alphabet) หรือ สัททะอักขะระ-ปาฬิ (Sadda AkkharaPāḷi) (สุรธัช บุนนาค : กฎสัชฌายะ 14 ข้อ หน้า 30 คู่มือการออกเสียงปาฬิ พ.ศ. 2561)
โครงการพระไตรปิฎกสากลมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้วิธีออกเสียงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงสร้างนวัตกรรมการพิมพ์เสียงปาฬิใหม่ในทางสหวิชาการ พร้อมทั้งบูรณาการต่อยอดการถอดเสียงและเขียนรูปเสียงเป็น “โน้ตเสียงปาฬิ” (Pāḷi Notation Transcription) ในทางดุริยางคศาสตร์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น (ศศี พงศ์สรายุทธ : ผลงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2560) พร้อมทั้งได้ทำการบันทึกเสียงปาฬิด้วยเทคโนโลยีทางเสียงสร้างเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สัชฌายะในการออกเสียงปาฬิ เพื่อเป็นคู่มือการฟังและฝึกซ้อมการออกเสียงนี้ด้วย (ดวงใจ ทิวทอง : เสียงสัชฌายะดิจิทัล พ.ศ. 2559 สามารถฟังได้ที่ sajjhaya.org)
การออกเสียงที่จัดพิมพ์ในหนังสือนี้เป็นสรุปปัญหาการออกเสียงปาฬิในอดีต ที่โครงการพระไตรปิฎกสากลได้ทำการศึกษา พัฒนา และนำเสนอเป็นนวัตกรรมการเขียนเสียงปาฬิให้แม่นตรงกับกฎไวยากรณ์สากลในระดับนานาชาติ โดยนำเสนอเป็นรูปแบบการพิมพ์ด้วยสัทสัญลักษณ์ (Phonetic Symbol) ที่ไม่เคยมีการจัดทำมาก่อน โดยเฉพาะการพิมพ์เสียงละหุเสียงคะรุด้วยเทคโนโลยีทางภาพ เรียกว่า ฉบับสัชฌายะ (Sajjhāya Edition)ซึ่งเรียงพิมพ์ตามสิทธิบัตรการแบ่งพยางค์ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 46390 และลิขสิทธิ์โค้ดคอมพิวเตอร์ต่างๆ ปัจจุบันสามารถแสดงผลอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และลำโพงอัจฉริยะต่างๆ
การออกเสียงปาฬิตามกฎไวยากรณ์ที่เขียนเป็นสัทสัญลักษณ์ในพระไตรปิฎกชุดใหม่นี้ เรียกว่า การออกเสียงสัชฌายะ (Sajjhāya Recitation) และเรียกพระไตรปิฎกนี้ว่า พระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ (World Phonetic Tipiṭaka : The Sajjhāya Recitation Edition or Sajjhāya Tepiṭaka) ซึ่งรวมถึงฉบับโน้ตเสียงปาฬิด้วย (Pāḷi Notation Transcription Edition)
กฎสัชฌายะ ข้อ 15
(ดูรายละเอียด)
ฟอนต์เสียงสัชฌายะเป็นชุดอักขะระไทย 18 ตัว ที่ใช้เขียนเสียงปาฬิภาสาในพระไตรปิฎก สัชฌายะ พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการถอดเสียงปาฬิภาสาในทางภาษาศาสตร์ที่มุ่งเน้น “เสียงสามัญ” พัฒนาขึ้นโดยอ้างอิงกับพระไตรปิฎก จ.ป.ร. ปาฬิภาสา-อักษรสยาม และ พระไตรปิฎกสากล ปาฬิภาสา-อักษรโรมัน ทำให้สามารถเขียนเสียงปาฬิดั้งเดิมในพระไตรปิฎกได้แม่นตรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะ “เสียงพ่นลม” (Aspirated) และ “เสียงไม่พ่นลม” (Unaspirated) ได้แก่ พยัญชนะ เลขที่ 1-5 และ 11-15 ซึ่งมีรูปเขียนเสียงปาฬิภาสาที่ชัดเจนกว่า ชุดอักษรบาลีไทยเดิม ในอดีต ส่วนพยัญชนะที่เหลือ 8 ตัว ได้แก่ พยัญชนะเลขที่ 6-10 และ 16-18 เป็นรูปเสียงปาฬิที่เขียนขึ้นใหม่เพื่อให้ตรงกับเสียงวรรณยุกต์สามัญ ตามหลักการของเสียงปาฬิภาสา ซึ่งเป็นเสียงในภาษา อินโด-ยุโรป คือเสียงที่ไม่มีวรรณยุกต์สูงต่ำ (Monotone)
สรุป ชุดฟอนต์เสียงสัชฌายะ พ.ศ. 2567 อ้างอิงกับชุดอักขะระของ ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร. วิจินตน์ ภาณุพงศ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิพระไตรปิฎกสากล เป็นผู้นำเสนอไว้ในหนังสือ 80 ปี ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2557 เบื้องต้นจำนวน 4 ตัว ได้แก่ [ค] [ช] [ด] [บ] ปัจจุบัน พ.ศ. 2567 มี หลักการสรุปได้ดังนี้
1. แก้ไขการเขียน “เสียงไม่พ่นลม” ในปาฬิภาสา ด้วยรูปอักขะระปาฬิใหม่ คือ [ค] [ช] [ด] [บ] แทนรูปอักษรบาลีไทยเดิม [ค] [ช] [ท] [พ]
2. ต่อยอดการเขียน “เสียงพ่นลม” ให้สมบูรณ์ขึ้นโดยใช้รูป ฮ ยก แทนรูปอักษรบาลีไทยเดิม [ข] [ฆ] [ฉ] [ฌ] [ฐ] [ฒ] [ถ] [ธ] [ผ] [ภ]
3. กรณีรูปเขียนอักขะระไทยเดิมที่มีเสียงวรรณยุกต์ เปลี่ยนเป็นรูปอักขะระไทยปาฬิที่มี เสียงสามัญ คือ [ฎ] [ฮ] [ซ] แทนรูปอักษรบาลีไทยเดิม [ฑ] [ห] [ส]
