กฎสัชฌายะ ข้อ 6

ภาษาไทยไม่มุ่งเน้นการออกเสียงละหุ เสียงคะรุ คนไทยจึงไม่คุ้นเคยกับเสียงละหุคะรุ ส่วนไวยากรณ์ปาฬิระบุว่าเสียงสระสั้นที่เป็นเสียงละหุ (พยางค์เสียงเร็ว) อาจต้องออกเป็นเสียงคะรุ (พยางค์เสียงนาน) เพื่อให้ชัดเจน เช่น เสียงพยางค์สุดท้ายของบท เป็นต้น นอกจากนี้เสียงคะรุยังรวมถึงเสียง สระ-อะ ที่มีตัวสะกด สังเกต อักขรวิธีสยาม-ปาฬิ ในพระไตรปิฎก จ.ป.ร. ซึ่งแสดงด้วย ไม้-อั (อะ) ที่มีรูปพ้องกับ ไม้หันอากาศ ในภาษาไทย โครงการพระไตรปิฎกสากล ใช้สัททสัญลักษณ์ ไม้-อั (อะ) ด้วยการพิมพ์สีเข้มทึบ แสดงเสียงคะรุ
เพื่อป้องกันการออกเสียงผิดพลาด (ดูพระวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ ข้อ 455 เรื่อง พยัญชะนะกุสะละ) พระไตรปิฎกสัชฌายะจึงเน้นการออกเสียงละหุคะรุ เช่น [มิ] ในภาพ โดยเขียนเป็นสัททสัญลักษณ์ด้วยการพิมพ์เสียงละหุสีเบาโปร่ง และเสียงคะรุสีเข้มทึบ พร้อมทั้งเครื่องหมายขีด เทนูโต (Tenuto) กำกับไว้ใต้โน้ตหัวขาว
ค่าของตัวโน้ต (Note Values) ในการบันทึกโน้ตเสียงปาฬิเลือกใช้ค่าของตัวโน้ตเพียง 2 ชนิด คือ โน้ตตัวดำและโน้ตตัวขาว โดยโน้ตเสียงปาฬินั้นกำหนดให้โน้ตตัวดำ (Quarter Note) แทนค่าความยาว 1 จังหวะ ในทางดนตรี หรือ 1 มาตราเสียง ซึ่งตรงกับค่าความยาวของการออกเสียงละหุ ส่วนโน้ตตัวขาว (Half Note) แทนค่าความยาว 2 จังหวะในทางดนตรี หรือ 2 มาตราเสียง ซึ่งตรงกับค่าความยาวของการออกเสียงคะรุ และหากเป็นโน้ตเสียงคะรุที่มาจากสระเสียงสั้น และโน้ตเสียงละหุที่มาจากสระเสียงยาว ตามที่ไวยากรณ์กำหนดไว้เป็น พิเศษ จะใส่เครื่องหมายเทนูโต (Tenuto) ไว้ใต้โน้ตตัวนั้น เป็นการเขียนสัททสัญลักษณ์ทางดุริยางคศาสตร์ที่อ้างอิงกับกฎไวยากรณ์เพื่อมุ่งเน้นการออกเสียงเป็นพิเศษ
สังเกต สระเสียงสั้น พิมพ์สีเบาโปร่ง สระเสียงยาว พิมพ์สีเข้มทึบ ส่วนโน้ตเสียงสั้นแสดงด้วยโน้ตหัวดำ แทนค่าความยาว 1 จังหวะ โน้ตเสียงยาวแสดงด้วยโน้ตหัวขาว แทนค่าความยาว 2 จังหวะ
รายละเอียดกฎสัชฌายะ.pdf by Dhamma Society on Scribd