กฎสัชฌายะ ข้อ 7

สัททสัญลักษณ์ที่ชัดเจนของเสียงนาสิกที่มีฐานที่เกิดเสียงต่างกัน โดยเฉพาะเสียงนิคคะหิตที่สัททะอักขะระไทย-ปาฬิกำหนดเป็นรูป [งํ] เป็นลักษณะเสียงที่ไม่มีในภาษาไทย เพราะในอักขรวิธีในภาษาไทย เสียง ง เช่นคำว่า กังวาน อักขะระ ง เป็นเสียงที่เกิดจากฐานเสียงที่คอแล้วขึ้นจมูก ซึ่งต่างจากเสียงนิคคะหิต ในปาฬิเป็นเสียงเกิดที่จมูกล้วนๆ จึงสร้างเป็นสัททสัญลักษณ์ให้แตกต่างกันโดยสัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เขียนเสียงต่างกันระหว่างเสียงที่คอขึ้นจมูกหรือเสียงนาสิก คือ [ง] กับเสียงนิคคะหิต คือ [งํ]
เพื่อป้องกันความผิดพลาด (ดูพระวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ ข้อ 455 เรื่อง พยัญชะนะกุสะละ) ในการออกเสียงให้แม่นตรงตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ และเพื่อป้องกันการแทรกแซงทางเสียง (Linguistic Interference) มิให้ผิดพลาดเป็น อักขรวิบัติ โดยเฉพาะในพระวินัยปิฎกที่ระบุว่า ภิกขุผู้ออกเสียงปาฬิเป็นอักขรวิบัติ ถือเป็นอาบัติอันเป็นความผิดที่ละเมิดพระธัมมวินัย
สังเกต สระเสียงสั้น พิมพ์สีเบาโปร่ง สระเสียงยาว พิมพ์สีเข้มทึบ ส่วนโน้ตเสียงสั้นแสดงด้วยโน้ตหัวดำ แทนค่าความยาว 1 จังหวะ โน้ตเสียงยาวแสดงด้วยโน้ตหัวขาว แทนค่าความยาว 2 จังหวะ
รายละเอียดกฎสัชฌายะ.pdf by Dhamma Society on Scribd