คู่มือออกเสียงพระธัมมบท

การออกเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ :
ปัญหาและวิธีแก้ไข

หนังสือชุดพระไตรปิฎกเป็นการเรียงพิมพ์เสียงปาฬิด้วยชุดอักขะระ (Akkhara) ของชาติต่างๆ ซึ่งแต่ละชุดมีจุดเด่นและจุดด้อยของการเขียนเสียงปาฬิที่แตกต่างกัน อาจกล่าวได้ว่าพระไตรปิฎก จ.ป.ร. อักขะระสยาม ซึ่งจัดพิมพ์เป็นชุดครั้งแรกของโลกในปี พ.ศ. 2436 มีจุดเด่นที่สำคัญของการเขียนเสียงปาฬิ คือ “การถอดเสียง” (Phonetic Transcription) โดยพิมพ์อักขะระสยาม เช่น “พุท์โธ” เขียนเสียงปาฬิ เทียบกับ อักขะระโรมัน “buddho” อักขะระที่ชาวโลกสามารถอ่านออกเสียงได้เป็นสากล ซึ่งแม่นตรงกับเสียงที่กำหนดไว้ในไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ นอกจากนี้อักขะระสยามยังมีจุดเด่นที่มีเสียงพยัญชนะและเสียงสระครบทุกเสียงปาฬิ (เดิมเรียกว่า บาลี) แต่การออกเสียงปาฬิในประเทศไทย ยังไม่ตรงกับกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ กล่าวคือคนไทยมักไม่ออกเสียงปาฬิตามกฎไวยากรณ์ และยังออกเสียงไม่ตรงกับอักขะระสยาม-ปาฬิ ที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน-ปาฬิ ที่พิมพ์ไว้ในพระไตรปิฎก เช่น รูป อักขะระสยาม   และ    มิใช่ออกเสียง [พอ] และ [ทอ] ตามเสียงของท้องถิ่นในภาษาไทย แต่ต้องออกเสียงเหมือนเสียงอักขะระโรมัน b [ba] และ d [da] หรือ [บะ] และ [ดะ] ดังนั้น พุท- จึงออกเสียงว่า [บุด-] หรือ [bud-] 

ในสยามประเทศ อักขรวิธีสยาม-ปาฬิ ในพระไตรปิฎก จ.ป.ร. ใช้เครื่องหมายไม้-อะ ( อั ) แสดงเสียง สระ-อะ  หรือ เสียงไม่สะกด,  ไม้วัญฌการ  (     ์ ) แสดงเสียงสะกด  โดยแยกออกอย่างเด็ดขาดจากเครื่องหมาย ไม้ยามักการ ( ) ที่แสดงเสียงกล้ำ ซึ่งนักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ได้พบว่าเป็นการริเริ่มใช้สัททลักษณ์ที่มีประสิทธิภาพเขียนเสียงปาฬิเป็นครั้งแรกในพระไตรปิฎก (วิจินตน์ ภาณุพงศ์ : 80 ปี ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2557) 

ในคำว่า พุท์- ไม้วัญฌการแสดงสัททสัญลักษณ์เสียงสะกด ตามที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน bud- และ พ๎ย“- ไม้ยามักการแสดงสัททสัญลักษณ์เสียงกล้ำตามที่เทียบไว้กับอักขะระโรมัน ว่า b จึงเป็นการง่ายที่ประชาชนทั่วไปจะอ่านเสียงปาฬิตามสัททสัญลักษณ์ แม้มิได้มีความรู้ไวยากรณ์ของการแบ่งพยางค์เสียงสะกดและเสียงกล้ำ

เมื่อขาดความรู้อักขรวิธีสยาม-ปาฬิ และต้นฉบับสูญหายไป ปัจจุบันประชาชนทั่วไปจึงรู้จักแต่อักขรวิธีพินทุบอด ซึ่งใช้จุดพินทุบอดแทนทั้งเสียงสะกดและเสียงกล้ำ (จากตัวอย่างข้างต้น คือ พุทฺ และ พฺยา ทำให้เกิดความสับสนออกเสียงกล้ำเป็นเสียงสะกด เช่นเสียงกล้ำใน ตุเม ออกเสียงว่า ตุ-มเห กลายเป็นออกเสียงสะกดว่า ตุม-เห หรือ กัต๎ว“ กะ-ตวา กลายเป็นออกเสียงทั้งเสียงสะกดและเสียงกล้ำ ว่า กัต-ตวา เป็นต้น) ด้วยเหตุนี้ในหนังสือนี้จึงยกตัวอย่างอักขรวิธีสยาม-ปาฬิ เป็นนวัตกรรมการเขียนเสียงปาฬิอันเป็น “ตัวอย่างทางเลือก” ของการถอดเสียงปาฬิในปัจจุบัน ผู้ที่คุ้นเคยกับการอ่านพินทุบอดที่ถูกต้อง ก็สามารถเปรียบเทียบศึกษาได้ และย่อมเห็นประโยชน์ของสัททสัญลักษณ์ที่แทนเสียงสะกดและเสียงกล้ำว่าแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด

อักขรวิธีพินทุบอดดังกล่าว เป็นการเขียนเสียงสวดมนต์ที่สืบทอดมาในปัจจุบัน ที่เรียกว่า การออกเสียงตามประเพณี หรือที่เรียกกันว่า บาลีไทย  (Thai Traditional Chanting) สงฆ์ที่ได้ศึกษาและมีความรู้ทางไวยากรณ์ย่อมสามารถออกเสียงได้แม่นตรง แต่ประชาชนทั่วไปที่มิได้คุ้นเคยกับการศึกษาบาลีพินทุบอด ย่อมออกเสียงไม่แม่นตรงเป็นธรรมดา แต่ก็อะลุ่มอล่วยว่าออกเสียงแบบไทย และยึดถือสืบทอดกันมาในปัจจุบัน แต่ในทาง
พระวินัยปิฎก สงฆ์ผู้เชี่ยวชาญในปริยัติศาสนาย่อมตระหนักว่าการออกเสียงที่แม่นตรงเป็นหลักสำคัญของการทำสังฆกัมม์ในพุทธศาสนาเถรวาท มีผลทางกุศลและอกุศล กล่าวคือ การออกเสียงปาฬิที่แม่นตรงย่อมเกิดความศักดิ์สิทธิ์ สามารถสืบทอดพระธัมม์คำสอนในพระไตรปิฎกให้ยั่งยืน ผู้ออกเสียงแม่นตรงย่อมเกิดปัญญาและสันติสุข ส่วนการออกเสียงสวดที่ไม่แม่นตรง โดยเฉพาะของสงฆ์ในการสวดกัมมวาจาของการบวชย่อมทำให้สังฆกัมม์เป็นโมฆะ และผู้เป็นภิกขุย่อมต้องอาบัติ  เป็นบาปอกุศลได้

เพื่อแก้ไขปัญหาการออกเสียงต่างๆ ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องจัดทำคู่มือการออกเสียงปาฬิตามไวยากรณ์ เรียกว่า “กฎสัชฌายะ” ในเบื้องต้นมี 14 ข้อ อ้างอิงวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ข้อที่ 455 และไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ โดยพันเอก สุรธัช บุนนาค หัวหน้าคณะผู้สร้างสรรค์สิทธิบัตร เลขที่ 46390 และรองประธานมูลนิธิพระไตรปิฎกสากล 

การสร้างระบบการถอดเสียงปาฬิแบบใหม่นี้ (Pāḷi Phonetic Transcription) แทนระบบการถอดอักขะระ (Alphabetic Transliteration) ตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ ที่มีมาแต่เดิมของนักวิชาการตะวันตก ซึ่งปัจจุบันได้มีการนำเสนอเป็นรูป สัทอักษร (Phonetic Alphabet) หรือ สัททะอักขะระ-ปาฬิ (Sadda AkkharaPāḷi) (สุรธัช บุนนาค : กฎสัชฌายะ 14 ข้อ หน้า 30 คู่มือการออกเสียงปาฬิ พ.ศ. 2561)  

โครงการพระไตรปิฎกสากลมุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้วิธีออกเสียงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงสร้างนวัตกรรมการพิมพ์เสียงปาฬิใหม่ในทางสหวิชาการ พร้อมทั้งบูรณาการต่อยอดการถอดเสียงและเขียนรูปเสียงเป็น “โน้ตเสียงปาฬิ” (Pāḷi Notation Transcription) ในทางดุริยางคศาสตร์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น (ศศี พงศ์สรายุทธ : ผลงานวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ พ.ศ. 2560) พร้อมทั้งได้ทำการบันทึกเสียงปาฬิด้วยเทคโนโลยีทางเสียงสร้างเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สัชฌายะในการออกเสียงปาฬิ เพื่อเป็นคู่มือการฟังและฝึกซ้อมการออกเสียงนี้ด้วย (ดวงใจ ทิวทอง : เสียงสัชฌายะดิจิทัล  พ.ศ. 2559 สามารถฟังได้ที่ sajjhaya.org)

การออกเสียงที่จัดพิมพ์ในหนังสือนี้เป็นสรุปปัญหาการออกเสียงปาฬิในอดีต ที่โครงการพระไตรปิฎกสากลได้ทำการศึกษา พัฒนา และนำเสนอเป็นนวัตกรรมการเขียนเสียงปาฬิให้แม่นตรงกับกฎไวยากรณ์สากลในระดับนานาชาติ โดยนำเสนอเป็นรูปแบบการพิมพ์ด้วยสัททสัญลักษณ์ (Phonetic Symbol) ที่ไม่เคยมีการจัดทำมาก่อน โดยเฉพาะการพิมพ์เสียงละหุเสียงคะรุด้วยเทคโนโลยีทางภาพ เรียกว่า ฉบับสัชฌายะ (Sajjhāya Edition)ซึ่งเรียงพิมพ์ตามสิทธิบัตรการแบ่งพยางค์ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ เลขที่ 46390 และลิขสิทธิ์โค้ดคอมพิวเตอร์ต่างๆ  ปัจจุบันสามารถแสดงผลอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และลำโพงอัจฉริยะต่างๆ 

การออกเสียงปาฬิตามกฎไวยากรณ์ที่เขียนเป็นสัททสัญลักษณ์ในพระไตรปิฎกชุดใหม่นี้ เรียกว่า การออกเสียงสัชฌายะ (Sajjhāya Recitation) และเรียกพระไตรปิฎกนี้ว่า พระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ (World Phonetic Tipiṭaka : The Sajjhāya Recitation Edition or Sajjhāya Tepiṭaka) ซึ่งรวมถึงฉบับโน้ตเสียงปาฬิด้วย (Pāḷi Notation Transcription Edition)

มูลนิธิพระไตรปิฎกสากลหวังว่าในเบื้องต้นคู่มือสัชฌายะเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ช่วยการออกเสียงปาฬิเพื่อความแม่นตรงสืบต่อไป สมตามพระปณิธานในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 19 ผู้ทรงพระเมตตาริเริ่มโครงการพระไตรปิฎกสากล พ.ศ. 2542-ปัจจุบัน (สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ : พระสัมโมทนียกถา พ.ศ. 2542)

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร องค์พระราชูปถัมภ์โครงการฯ และองค์ประธานการสร้างพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ ชุด ภ.ป.ร. และ ชุด ส.ก. พ.ศ. 2559 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิง ดร.ทัศนีย์ บุณยคุปต์ นำคณะกรรมการผู้ดำเนินโครงการ พร้อมผู้อุปถัมภ์ และราชบัณฑิตที่ปรึกษาโครงการพระไตรปิฎกสากล เข้าเฝ้าฯ น้อมเกล้าฯ ถวายพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ ชุดปฐมฤกษ์ 10 ชุด ในวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน กรุงเทพมหานคร

วิธีใช้หนังสือ “คู่มือการออกเสียงปาฬิ” :

หนังสือฉบับนี้มุ่งเน้นการจัดพิมพ์วิธีการออกเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ พ.ศ. 2559 โดยนำเสนอทั้งรูปศัพท์ที่เขียนด้วย สัททะอักขะระ-ปาฬิ (Pāḷi Phonetic Alphabet) และ รูปเสียง หรือ สัททสัญลักษณ์สากลด้วย โน้ตเสียงปาฬิ (Pāḷi Notation) นอกจากนี้ยังริเริ่มนวัตกรรมการพิมพ์ QR Code เพื่อให้สืบค้นการออกเสียงสัชฌายะดิจิทัล กล่าวคือ เป็นเสียงในปาฬิภาสาตามหลักไวยากรณ์พระไตรปิฎก และการออกเสียงตัวอย่างคำแปลทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยด้วยเทคโนโลยีทางภาพและเสียงที่เรียกว่า Streaming Media

มูลนิธิพระไตรปิฎกสากลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ในการศึกษาการออกเสียงสัชฌายะสำหรับนิสิตนักศึกษาและประชาชนทั่วไป และขออนุโมทนาทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์และจัดพิมพ์ 

 

(ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิจินตน์ ภาณุพงศ์)
ที่ปรึกษามูลนิธิพระไตรปิฎกสากล

 

(ท่านผู้หญิงวราพร  ปราโมช ณ อยุธยา)
ประธานมูลนิธิพระไตรปิฎกสากล