กฎสัชฌายะ ข้อ 5

ภาษาไทยไม่มุ่งเน้นการออกเสียงละหุ เสียงคะรุ คนไทยจึงไม่คุ้นเคยกับเสียงละหุคะรุ ส่วนไวยากรณ์ปาฬิ ระบุว่าเสียงสระสั้นที่เป็นเสียงละหุ (พยางค์เสียงเร็ว) อาจต้องออกเป็นเสียงคะรุ (พยางค์เสียงนาน) เพื่อให้ชัดเจน เช่น เสียงพยางค์สุดท้ายของบท เป็นต้น 

เพื่อป้องกันการออกเสียงผิดพลาด (ดูพระวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ ข้อ 455 เรื่อง พยัญชะนะกุสะละ) พระไตรปิฎกสัชฌายะจึงเน้นการออกเสียงละหุคะรุ เช่น [สว็าก] ในภาพ โดยเขียนเป็นสัททสัญลักษณ์ด้วยการพิมพ์เสียงละหุสีเบาโปร่ง และเสียงคะรุสีเข้มทึบ พร้อมทั้งเครื่องหมายขีด เตนูโต (Tenuto) กำกับไว้ใต้โน้ตหัวขาว

ค่าของตัวโน้ต (Note Values) ในการบันทึกโน้ตเสียงปาฬิเลือกใช้ค่าของตัวโน้ตเพียง 2 ชนิด คือ โน้ตตัวดำ และโน้ตตัวขาว โดยโน้ตเสียงปาฬินั้นกำหนดให้โน้ตตัวดำ (Quarter Note) แทนค่าความยาว 1 จังหวะ ในทางดนตรี หรือ 1 มาตราเสียง ซึ่งตรงกับค่าความยาวของการออกเสียงละหุ ส่วนโน้ตตัวขาว (Half Note) แทนค่าความยาว 2 จังหวะในทางดนตรี หรือ 2 มาตราเสียง ซึ่งตรงกับค่าความยาวของการออกเสียงคะรุ และหากเป็นโน้ตเสียงคะรุที่มาจากสระเสียงสั้น  และโน้ตเสียงละหุที่มาจากสระเสียงยาว ตามที่ไวยากรณ์กำหนดไว้เป็น พิเศษ จะใส่เครื่องหมายเตนูโต (Tenuto) ไว้ใต้โน้ตตัวนั้น  เป็นการเขียนสัททสัญลักษณ์ทางดุริยางคศาสตร์ที่อ้างอิงกับกฎไวยากรณ์เพื่อมุ่งเน้นการออกเสียงเป็นพิเศษ 

สังเกต พยางค์เสียงคะรุที่มาจากสระเสียงยาวพิมพ์สีเข้มทึบ ส่วนพยางค์เสียงละหุที่มาจากสระเสียงสั้น พิมพ์สีเบาโปร่ง โน้ตเสียงสั้นแสดงด้วยโน้ตหัวดำ แทนค่าความยาว 1 จังหวะ โน้ตเสียงยาวแสดงด้วยโน้ตหัวขาว แทนค่าความยาว 2 จังหวะ 

ดู กฎสัชฌายะ 14 ข้อ

รายละเอียดกฎสัชฌายะ.pdf by Dhamma Society on Scribd