ละหุ คะรุ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ

อักขรวิธี  “ละหุคะรุ  สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ”  โดย วิจินตน์ ภาณุพงศ์
ภาคีสมาชิกสํานักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน แก้ไขปรับปรุง พ.ศ. 2562

บทคัดย่อ
การเขียนเสียงปาฬิ ในพระไตรปิฎกปาฬิ  จุลจอมเกล้าบรมธัมมิกมหาราช (จปร.)  “อักขะระสยาม”1  พ.ศ. ๒๔๓๖ ด้วย  “การถอดอักขะระ”  และ  “การถอดเสียง”  เป็นวิธีการบันทึกพระไตรปิฎกที่มีประสิทธิภาพสูงในทางนิรุตติศาสตร์ เพราะสามารถป้องกันมิให้การออกเสียงและความหมายของเสียงปาฬิใน พระไตรปิฎกเปลี่ยนไปจากเดิม ตามที่ได้อนุรักษ์สืบทอดมาตั้งแต่ปฐมมหาสังคายนา พ.ศ. ๑ “อักขะระสยาม-ปาฬิ”  เป็นการนําเสนอการเขียนเสียงปาฬิด้วยสัททสัญญลักษณ์ ซึ่งเรียกว่า อักขรวิธี  “ไม้อะ อักขะระสยาม-ปาฬิ”  เป็นระบบการเขียนที่แยกแยะ  “เสียงอะ”   “เสียงสะกด”  และ  “เสียงกล้ำ”  ออกจากกันอย่างชัดเจนตามกฎไวยากรณ์ในกัจจายะนะปาฬิ กล่าวคือ เครื่องหมาย  “ไม้อะ”  [  ั ] แสดงเสียง สระ-อะ,  เครื่องหมาย  “ไม้วัญฌการ”  [  ์ ] แสดงเสียงสะกด และเครื่องหมาย  “ไม้ยามักการ”  [  ๎ ] แสดงเสียงกล้ำ ชุด  “สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ”  ซึ่งได้นำเสนอ แล้วแก่สำนักศิลปกรรมราชบัณฑิตยสถานและจัดพิมพ์ในวารสารราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๕ ปัจจุบันเรียกว่า อักขรวิธี  “ไม้อะ อักขะระสยาม-ปาฬิ”  เช่น สัก๎ยปุต์โต2   โดยปัจจุบันได้เพิ่มระบบการเขียนสัททสัญลักษณ์  “ละหุคะรุ”  ตามหลักไวยากรณ์ปาฬิและได้มีการนําเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล มาจัดพิมพ์เป็นสัททสัญลักษณ์เพื่อให้เกิด ความชัดเจนยิ่งขึ้น คือ  “เสียงละหุ”  เป็นสระที่ออกเสียงเร็ว พิมพ์สีเบาโปร่ง [ ะ ] [  ิ ] [ ุ ] ส่วน   “เสียงคะรุ”   เป็นสระที่ออกเสียงนานขึ้น  พิมพ์สีเข้มทึบ   [t] [  b] [  6]   อักขรวิธี  “ละหุคะรุ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ”  เป็นการนําเสนออักขรวิธีใหม่สําหรับการเขียนและการอ่านเสียงปาฬิในปัจจุบันให้ แม่นตรงยิ่งขึ้น เช่น [กt•ต฻วา] ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหา “การแทรกแซงของเสียง” ในภาษาไทยที่มีต่อการเขียนและอ่านเสียงปาฬิ ซึ่งในทางภาษาศาสตร์ เรียกว่า linguistic interference

คําสําคัญ : ปาฬิ, การถอดอักขะระ”, การถอดเสียง, ระบบการเขียน, กัจจายะนะไวยากรณ์-ปาฬิ,  “ไม้อะ  อักขะระสยาม-ปาฬิ” ,  “ละหุคะรุ  สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ” , การแทรกแซงของเสียง