กฎสัชฌายะ ข้อ 10

ในอดีตพระไตรปิฎก ฉบับ จ.ป.ร. อักขะระสยาม พ.ศ. 2436 ได้สร้างตารางการถอดเสียง (Transcription) โดยเทียบระหว่าง อักขะระสยาม (Syām Alphabet) กับ อักขะระโรมัน (Roman Alphabet)
ประเด็นสำคัญ คือ อักขะระสยาม รูป ท และ พ มิใช่ออกเสียง [ทอ] และ [พอ] เหมือนในภาษาไทย แต่ต้องออกเสียงเหมือนอักขะระโรมัน d [da] และ b [ba] หรือ [ดะ] [บะ] ตามกฎไวยากรณ์ปาฬิ ที่กำหนดว่า [ดะ] ลิ้นต้องแตะที่ฟันบนก่อนออกเสียง และ [บะ] ริมฝีปากติดกันก่อนออกเสียง (ดูพระวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ ข้อ 455 เรื่อง พยัญชะนะกุสะละ)
ในทำนองเดียวกัน ฒ มิได้ออกเสียงว่า [ทอ] เหมือนในภาษาไทย แต่ต้องออกเสียงว่า ḍh [ḍha] [ดะ] ตามกฎไวยากรณ์ปาฬิ ที่กำหนดว่าลิ้นต้องแตะที่ปุ่มเหงือก และเป็นเสียงพ่นลม กล่าวคือ มีลมพ่นมากระทบมือเมื่อวางไว้หน้าริมฝีปาก (สังเกต อักขะระโรมันมีจุดใต้อักขะระ ḍ หมายถึงปุ่มเหงือก)
อักขะระ ล กับ ฬ เป็นเสียงคนละฐาน ล. เป็นเสียงที่ฐานฟัน และไม่พ่นลม ส่วน ฬ เป็นเสียงที่ฐานปุ่มเหงือก และไม่พ่นลม จึงมีลักษณะของเสียงที่ต่างกัน โปรดสังเกตว่าปัจจุบันอาจใช้ ล และ ฬ ปะปนกันใน การเขียนศัพท์ปาฬิ เช่นคำว่า ปาฬิ เขียนเป็น ปาลิ ซึ่งไม่ตรงกับกฎไวยากรณ์ปาฬิ เนื่องจากเป็นคนละฐานเสียง (ดูภาพการถอดเสียงอักขรวิธีสยาม-ปาฬิ ด้านบน)
รายละเอียดกฎสัชฌายะ.pdf by Dhamma Society on Scribd