ข้อแตกต่างของพระไตรปิฎก

ข้อที่น่าสงสัยแต่ไม่มีใครตอบได้
1. พระไตรปิฎกทั้งหลายในโลกนี้ แตกต่างกันอย่างไร ?
ในประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ก่อนที่จะมีศัพท์บัญญัติใหม่ว่า "พระไตรปิฎกสากล" (The World Tipiṭaka) หรือ ปาฬิ (Pāḷi) เมืองไทยมีการพิมพ์พระไตรปิฎกมาแล้วมากมายหลายชุด เช่น ฉบับที่เรียกว่า จปร., ฉบับ มมร., ฉบับ จปร., ฉบับหลวงแปล และฉบับแปลประชาชน เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนชุดต่างๆ กัน เช่นชุด 39 เล่ม 45 เล่ม และ 80 เล่ม เป็นต้น
สำหรับผู้ที่ไม่เคยศึกษาพระไตรปิฎก เมื่อเปิดดูก็จะพบว่าเป็นการพิมพ์อักษรไทย แต่เป็นอักขรวิธีที่แปลกออกไปเพราะส่วนใหญ่มีจุดพินทุบอด ( ฺ ) ใต้อักษร ส่วน ฉบับ จปร. ไม่มีเครื่องหมายพินทุบอดแต่ มีเครื่องหมายกำกับพยัญชนะ เช่น เครื่องหมายคล้ายไม้หันอากาศ (อั) ไม้วัญฌการ (อ์) คล้ายการันต์ เป็นต้น ซึ่งคนทั่วไปจะไม่สามารถอ่านได้ ส่วนฉบับที่เป็นภาษาไทย คนทั่วไปย่อมอ่านได้ แต่ก็ย่อมเป็นที่สงสัยต่อไปได้ว่า แปลมาจากภาษาอะไร มีต้นฉบับการเขียนอย่างไร

พระไตรปิฎก จปร. อักษรสยาม พ.ศ. 2436
ปัญหาต่างๆ ข้างต้นเป็นเพราะต้นฉบับพระไตรปิฎก เขียนด้วยภาบาลี หรือ ที่ปัจจุบันออกเสียงเป็นสากลว่า ปาฬิภาสา (Pāḷi, Pāḷi Bʰāsā) ยังไม่มีระบบการตั้งชื่อให้ง่ายต่อประชาชนทั่วไป ดังนั้น การเรียกชื่อพระไตรปิฎกในปัจจุบันจึงควรมีระบบ และมีมาตรฐานการตั้งชื่อบนปกทีเป็นสากล เช่น ปาฬิภาสา อักษรไทย, ปาฬิภาสา-อักขะระสยาม ในรัชกาลที่ 5 หรือ ภาคแปลภาษาไทย จากต้นฉบับปาฬิภาสา-อักขรวิธีไทย หรืออักขรวิธีสยาม เป็นต้น
ในกรณีที่ต้องตั้งชื่อ เป็นภาษาอังกฤษ ก็ควรอ้างอิงการปริวรรตถอดอักษร หรือ transliteration ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการภาษาศาสตร์ที่เป็นสากล เช่น พระไตรปิฎก เขียนว่า Tipiṭaka หรือ Tepiṭaka ไม่ใช่รูปเขียนสันสกฤตว่า Tripitaka หรือ ปาฬิ ว่า Pāḷi ไม่ใช่ pali หรือ bali เป็นต้น
อักขรวิธีในพระไตรปิฎก คือ ระบบการเขียนเสียง และระบบการอ่าน ความแตกต่างของอักขรวิธีจึงทำให้การออกเสียงปาฬิภาสามีความแตกต่างกันได้ ดังที่จะกล่าวต่อไปว่า อักขรวิธีสยามปาฬิ ในฉบับ จปร. มีประสิทธิภาพในการเขียนเสียงสะกด (Final-Consonant Sound) และเสียงกล้ำ (Cluster-Consonant Sound) แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเขียนเสียงของฉบับ จปร. อักษรสยามในทางภาษาศาสตร์ และสามารถอ้างอิงได้แม่นตรงตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะปาฬิ
2. ความถูกต้องของพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ของโลก อ้างอิงกับอะไร ?
พระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ที่พิมพ์ขึ้นในโลกอ้างอิงต้นฉบับกับการสังคายนาในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เนื้อหาและรายละเอียดการนำเสนอพระไตรปิฎกมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก แต่ประชาชนทั่วไปผู้ที่มิได้เป็นนักวิชาการย่อมไม่รู้ และไม่เข้าใจข้อแตกต่าง ด้วยเหตุนี้ การอ้างอิงการจัดพิมพ์ต้นฉบับ หรือ การพิมพ์ภาคแปลเป็นภาษาต่างๆ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องอ้างอิงการสังคายนาพระไตรปิฎกในปี พ.ศ. ต่างๆ ให้ชัดเจน ซึ่งเป็นที่มาของเนื้อหาพระไตรปิฎกฉบับนั้นๆ


สังคายนานานาชาติ พ.ศ. 2500
ข้อสำคัญของการสังคายนาล่าสุดในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา คือการสังคายนานานาชาติ พ.ศ. 2500 ปาฬิภาสา-อักษรพม่า มีการนำเสนอการแบ่งเล่ม เป็นชุด 40 เล่ม และมีลำดับข้อของแต่ละเล่มเป็นมาตรฐานนานาชาติ ซึ่งมีประสิทธิภาพในการสืบค้นด้วยระบบดิจิทัลในปัจจุบัน
3. การเขียนเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกฉบับต่างๆ ของโลก มีหลักการอย่างไร ? และอักขรวิธีของชาติต่างๆ มีประสิทธิภาพที่เด่นและด้อยอย่างไร ?
ในอดีตการบันทึกพระไตรปิฎกปาฬิภาสา เป็นระบบที่ทางวิชาการภาษาศาสตร์เรียกว่า การถอดอักษร (transliteration) ซึ่งอาจอธิบายง่ายๆ ว่า เป็นการเขียนเสียงอย่างกว้างๆ โดยเทียบเสียงหนึ่งเสียง กับอักษรหนึ่งตัว ตามประเพณีการเขียนที่สืบทอดมาแต่โบราณ เช่น เสียง [บะ] ชาวไทยเทียบกับ อักษร-พ ส่วนชาวโลกเทียบกับ อักษร-b ออกเสียงว่า [ba] เป็นต้น

อักขรวิธีสยามปาฬิ
ตัวอย่างข้างบนจะเห็นว่า เสียงปาฬิ [บะ] ซึ่งเป็นเสียงไม่พ่นลมในไวยากรณ์พระไตรปิฎก แต่ในประเทศไทยออกเป็นเสียง [พะ] เหมือนเสียงในภาษาไทย ว่า [พะ] ในคำว่าพยัญชนะ ซึ่งไม่ตรงกับเสียงที่กำหนดไว้ในไวยากรณ์ปาฬิ
ด้วยเหตุนี้ ระบบการถอดอักษร จึงมีจุดด้อยเพราะสามารถเกิดการแทรกแซงทางเสียง (linguistic interference) ดังตัวอย่าง เสียง [บะ] ในพระไตรปิฎกกลายเป็นเสียง [พะ] ในสังคมไทย เป็นต้น
เพื่อแก้ปัญหาการเขียนเสียงให้แม่นตรงยิ่งขึ้น นักภาษาศาสตร์จึงได้นำเสนอ ระบบการเขียนเสียงขึ้นใหม่อีกระบบหนึ่ง เรียกว่า ระบบการถอดเสียง (transcription) ซึ่งเป็นการเขียนเสียงอย่างละเอียดโดยใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ที่ไม่จำกัดจำนวนกำกับเสียงตามที่ระบุไว้ในไวยากรณ์ เช่น เสียงปาฬิ-อักษรไทย /ฒ/ การถอดเสียงในทางภาษาศาสตร์สากลจะเขียนว่า [ḍʰ] สังเกตสัญลักษณ์ ʰ แสดงเสียงพ่นลม และเครื่องหมาย . แสดงเสียงที่เกิดจากลิ้นติดฟันบน เป็นต้น
จากจุดเด่นของระบบการถอดเสียงที่แม่นตรงนี้ ปัจจุบันโครงการพระไตรปิฎกสากลได้ริเริ่มการพิมพ์พระไตรปิฎกสากล ด้วย การถอดเสียงปาฬิ (Pāḷi Phonetic Transcription) โดยพิมพ์เนื้อหาเป็น ปาฬิ-สัททะอักขะระ (Pāḷi Phonetic Alphabet) และ โน้ตเสียงปาฬิ (Pāḷi Notation) ซึ่งเป็นจัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นครั้งแรกในโลก
สรุป
พระไตรปิฎกศึกษาพื้นฐานสำหรับประชาชน จึงเป็นการให้ความรู้ว่า พระไตรปิฎกต้นฉบับ เป็นการจัดพิมพ์ด้วย ปาฬิภาสา ซึ่งมีระบบการเขียน ด้วยการถอดอักขะระเป็นอักษรต่างๆ และปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นการพิมพ์ด้วยระบบ การถอดเสียง ซึ่งเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในทางภาษาศาสตร์ เพราะสามารถเขียนเสียงปาฬิได้แม่นตรงกับไวยากรณ์ในพระไตรปิฎก อันเป็นการส่งเสริมการออกเสียงดั้งเดิม ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางเสียงที่มีประสิทธิภาพในการอนุรักษ์ในระบบดิจิทัล ต่างจากระบบการถอดอักขะระในอดีตที่เน้นแต่การศึกษารูปศัพท์โดยไม่คำนึงถึงรูปเสียง
ที่สำคัญคือ การให้ข้อมูลการอ้างอิงเนื้อหาในพระไตรปิฎกกับการสังคายนานานาชาติ พ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นการสังคายนาครั้งสำคัญครั้งสุดท้ายในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเถรวาท ซึ่งปัจจุบันโครงการพระไตรปิฎกสากล ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร สามารถจัดพิมพ์ด้วยระบบการถอดอักษร เป็น อักษรโรมัน ชุดสมบูรณ์ 40 เล่ม พ.ศ. 2548 ชุดแรกของโลก ร่วมทั้งฉบับสัชฌายะ ซึ่งเป็นระบบการถอดเสียงที่เขียนด้วยสัททะอักขะระ และ โน้ตเสียงปาฬิ ชุดแรก พ.ศ. 2559 ด้วย


พระไตรปิฎกสา อักษรโรมัน พ.ศ. 2548