บทนำอักขะระไตยวน-ปาฬิ

พระไตรปิฎกชุดชาติพันธุ์ไต

อักขะระไตยวน-ปาฬิ หรือ ที่เดิมเรียกว่าอักษรธรรมล้านนา สันนิษฐานว่าอาจได้รับอิทธิพลการซ้อนพยัญชะนะปัลลวะจากทวีปอินเดียใต้ และเผยแพร่ไปสู่ไตขืน ไตลื้อ ไตลาว จากการศึกษาเปรียบเทียบอักขรวิธีไตต่างๆ* ได้พบความสำคัญของการซ้อนอักขะระที่รู้จักกันว่าสัญโยคมีมาแต่โบราณ โดยแสดงเสียงสะกดด้วยการอ่านแบบทวนเข็มนาฬิกา และเสียงกล้ำด้วยวิธีการอ่านตามเข็มนาฬิกา สังเกตว่าอักขรวิธีการเขียนซ้อนในอักขะระไตยวน-ปาฬิ ของเสียงกล้ำ เช่น พ๎ยัญใน พ๎ยัญ์ชน  กล่าวคือ ญ์ เป็นเสียงสะกด จึงซ้อนพยัญชนะ ใต้อักขะระตัวสะกด   อ่านอักขะระคู่ซ้อนที่อยู่ด้านบนทวนเข็มนาฬิกาไปสะกดกับอักขะระที่อยู่ข้างหน้า อักขะระซ้อนเสียงกล้ำ พ๎ย อ่านอักขะระคู่ซ้อนตัวหน้าตามเข็มนาฬิกาไปกล้ำกับอักขะระที่ซ้อนอยู่ข้างหลัง อ่านว่า [สะพยัญชะนะ] 

อักขะระไตยวนในพระไตรปิฎกชุดนี้ เป็นการเรียงพิมพ์ตามอักขรวิธีต้นฉบับในคัมภีร์ใบลานที่สืบทอดมาในอดีต ตามหลักการปริวรรตที่เรียกว่า การถอดอักษร หรือที่โครงการพระไตรปิฎกสากลเรียกว่า การถอดอักขะระ-ปาฬิ (Pāḷi Alphabetic Transcription) ในการจัดพิมพ์เป็นฉบับสัชฌายะนี้ ได้พิมพ์อักขะระไตยวนคู่ขนาน กับชุดสัททะอักขะระไทย-ปาฬิ ตามหลักการถอดเสียงอย่างละเอียดในทางภาษาศาสตร์ ที่เรียกว่า การถอดเสียงปาฬิ (Pāḷi Phonetic Transcription) ซึ่งได้มุ่งเน้นการออกเสียงละหุและเสียงคะรุตามหลักพยัญชะนะกุสะละ (Byanjanakusala) ในพระวินัยปิฎก ปริวารวัคค์ ข้อ ๕๔๔ โดยอ้างอิงกับไวยากรณ์กัจจายะนะปาฬิ ทั้งนี้เพื่อมุ่งเน้นการออกเสียงปาฬิให้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ มีรายละเอียด ดังนี้

สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ (Thai Phonetic Alphabet Pāḷi) เป็นการ​เขียนเสียงปาฬิ ในทางวิชาการด้านภาษาศาสตร์ ด้วยรูป อักขะระไทย (Thai Alphabet) ที่พัฒนาจาก อักขะระสยาม-ปาฬิ และ สัททะอักขะระสยาม-ปาฬิ เป็น สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ (Thai Phonetic Alphabet-Pāḷi) พร้อมกับระบบสัททสัญลักษณ์ปาฬิ (Pāḷi Phonetic Symbol) ตามที่ได้นำเสนอแล้วในที่ประชุมสำนักศิลปกรรม ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554​ และต่อมาได้มีการจัดพิมพ์ลงในวารสารราชบัณฑิตยสถาน เพื่อ​แสดงการเขียนเสียง​ปาฬิให้แม่น​ตรง​​ตาม​หลัก​​ไวยากรณ์ในกัจจายะนะ-ปาฬิ อันเป็นการเขียนตามแนวอักขรวิธีสยามปาฬิ ในพระไตรปิฎก จปร. พ.ศ. 2436 โดยไม่​คำนึง​ถึง​เสียง​วรรณยุกต์สูงต่ำใน​ภาษา​ไทย โดย​เขียน​รูป สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ และสัททสัญลักษณ์ปาฬิ ใน​เครื่อง​หมายวงเล็บ​สัททสัญลักษณ์สา​กล [   ] ดังมีหลักการดังนี้

1. การสร้างตาราง การถอดเสียง (Transcription) ชุด สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เป็นการจัดรูป อักขะระ ที่แสดงที่กำเนิดเสียงปาฬิตามฐานอวัยวะกับลิ้นในปาก หรือที่เรียกว่า ฐาน-กรณ์    

2. การรสร้าง สัททสัญลักษณ์ (Phonetic Symbol) ที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ กำหนดการออกเสียง ดังนี้

2.1 รูป สระ-อะ ที่ลดรูปใน อักขะระสยาม-ปาฬิ ใน สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ จะแสดงรูปสระ เช่น อักขะระสยาม-ปาฬิ เขียนว่า ปน สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ จะเขียนว่า [ปะนะ] สังเกตการพิมพ์สีเบาโปร่งแสดงเสียงละหุ

2.2 กรณีที่ อักขะระสยาม-ปาฬิ มี ไม้อะ (   ั ) นำหน้าพยัญชนะเสียงสะกด ซึ่งแสดงด้วย พยัญชนะที่กำกับด้วย ไม้วัญฌการ (     ) เช่น อักขะระสยาม-ปาฬิ เขียนว่า ตัส์ส สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ จะใช้อักขรวิธี ไม้ อะ อักขะระสยาม-ปาฬิ คือคงรูป ไม้-อะ ไว้ แต่งดรูปไม้วัญฌการ เขียนว่า  [ตัสสะ]  ส่วนสระอื่นๆ ซึ่งตามด้วยเสียงสะกด ก็ยังคงรูปสระไว้ และงดรูปไม้วัญฌการ เช่นกัน

2.3 กรณีที่ อักขะระสยาม-ปาฬิ มี ไม้-อะ นำหน้าพยัญชนะเสียงกล้ำ ซึ่งกำกับด้วยไม้ยามักการ (   ๊ ) เช่น  ต๎ว  ใน  กัต๎วา สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ จะเขียนว่า [กตว] เพื่อมุ่งเน้นเสียง สระ-อะ ให้ออกเสียงเป็นพิเศษตามหลักไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ ข้อ 602 ที่กำหนดว่า ให้สระเสียงสั้นที่นำหน้าพยัญชนะเสียงกล้ำ เป็น เสียงคะรุ-ออกเสียงนานขึ้น และใช้สัททสัญลักษณ์ ไม้กล้ำกำกับใต้พยัญชนะเสียงกล้ำทั้งสองตัว

สังเกต สระเสียงสั้นพิมพ์สีเข้มทึบ แสดงเสียงนานขึ้น เช่น ใน อักขะระสยาม-ปาฬิ ว่า กัต๎วา สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เป็น [กตวหิต๎วา เป็น [หิตวา]  และ  คุย๎หํ  เป็น  [คุยหัง]  และมีการใช้เครื่องหมายจุดแบ่งพยางค์ [  . ] ทุกครั้ง เพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย

2.4 ในคำที่มีไม้ยามักการกำกับและอยู่หลัง สระ-เอ หรือ สระ-โอ เช่น อักขะระสยาม-ปาฬิ เขียนว่า  เท๎ว ตุเม๎​ห  มูโฬ๎​ห  ใน สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ จะเขียนสลับตำแหน่งและเขียนสัททสัญลักษณ์ไม้กล้ำ ใต้อักขะระสามตัวเป็น  [ดเว]  [ตุมเห]  และ  [มุฬโห]  ตามความนิยมในอักขรวิธีเขียนในภาษาไทยปัจจุบัน และจะใช้เครื่องหมายจุดแบ่งพยางค์  [  . ] ทุกครั้ง เพื่อให้ออกเสียงได้ง่าย

2.5 สระ-เอ สระ-โอ เมื่อตามด้วยพยัญชนะเสียงสะกด ให้ออกเป็นสระเสียงสั้น ตามคำอธิบายในไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ  สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ ใช้สัททสัญลักษณ์ ไม้ไต่คู้ (   ็  )  แสดงเสียงสระเสียงสั้น ที่เป็นละหุ-ออกเสียงเร็ว เช่น อักขะระสยาม-ปาฬิ ว่า โกณ์ฑัญ์ญ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ ว่า [โก็ณฑัญญะ] 

2.6 เครื่องหมาย ง-พินทุโปร่ง ( งํ ) เป็นพยัญชนะที่ประกอบกับสระเสียงสั้น (อ  อิ  อ) เป็นสัญลักษณ์แทนเสียงนิคคะหิต ที่เกิดที่จมูกเท่านั้น เช่น อักขะระสยาม-ปาฬิ ว่า สํกัป์ปํ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เขียนว่า [สังํกัปปังํ]  อักขะระสยาม-ปาฬิ ว่า เอตัส๎มิํ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เขียนว่า [เอตะสมิงํ]  อักขะระสยาม-ปาฬิ ว่า ภิกขุํ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ เขียนว่า [ภกขงํ] 

3. พิมพ์สัททสัญลักษณ์ของเสียงละหุคะรุ ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล กล่าวคือ เสียงละหุ-ออกเสียงเร็ว พิมพ์สีเบาโปร่ง เสียงคะรุ-ออกเสียงนานขึ้น พิมพ์สีเข้มทึบ ซึ่งเป็นการจัดทำเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา ตามหลักการออกเสียงละหุคะรุตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ

อักขรวิธีล้านนาหรือที่ปัจจุบันเรียกว่าไตยวนมีความคล้ายคลึงกับไตขืน ไตลื้อ และไตลาว จากภาพล่างซ้ายสังเกตได้ว่าอักขรวิธีการเขียนซ้อนพยัญชนะใน อักขะระไตยวน-ปาฬิ ของเสียงกล้ำ เช่น ตริ ใน ตัต๊ริเม อักขะระซ้อนเสียงกล้ำ ต๊ร- มีพยัญชนะ โค้งมาด้านหน้าเพื่อแสดง ตร ให้เห็นว่าออกเสียงเป็นเสียงกล้ำในพยางค์หลังเท่านั้น ไม่เป็นเสียงสะกด อ่านว่า [ตะตริเม] และถ้าจะอ่านให้เป็นเสียงกล้ำและเสียงสะกดด้วยจะต้องมี เพิ่มอีก ๑ อักขะระ อ่านว่า [ตัตตริเม] ซึ่งไม่มีอยู่ในพระไตรปิฎก ดังนั้นการนำสัททะอักขะระไทย-ปาฬิ มาพิมพ์คู่ขนานในฉบับสัชฌายะ ทำให้เป็นการง่ายในการอ่านเสียงสะกดและเสียงกล้ำที่แยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด

ขอขอบคุณ พันเอก (พิเศษ) สุรธัช บุนนาค นายกกองทุนสนทนาธัมม์นำสุขฯ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ฯ และคณะ ที่ดำเนินการออกแบบ บันทึกอักขะระไตยวน-ปาฬิ ชุดนี้ เพื่อจัดพิมพ์เป็นพระไตรปิฎกสากล
ฉบับสัชฌายะ ชุดอักขะระชาติพันธุ์ไต พ.ศ. 2562

 

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.วิจินตน์ ภาณุพงศ์ 

ประธานกองทุนสนทนาธัมม์นำสุข ท่านผู้หญิง ม.ล.มณีรัตน์ บุนนาค 

ในพระสังฆราชูปถัมภ์สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

6 เมษายน พ.ศ. 2562

 

* เนื่องด้วยอักษรสยาม หรือที่โครงการฯ เรียกว่า อักขะระไตสยาม-ปาฬิ ได้ตีพิมพ์อักขระเป็นชุดหนังสือพระไตรปิฎกชุดแรกของโลก ซึ่งมีตารางเสียงเทียบกับอักขะระโรมัน ที่นักวิชาการทั่วโลกรู้จักคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีตั้งแต่ศตวรรษที่แล้ว ดังนั้นการอ้างอิงวิธีการถอดเสียงปาฬิในบทความนี้ จึงอ้างอิงกับอักขรวิธีสยามปาฬิ