การสร้างสรรค์ ปาฬิ-พินอิน

ภูมิหลังการสร้างสรรค์ ปาฬิ-พินอิน
ในพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ สำหรับจีน

1. สูตรสกัดคณิตศาสตร์
พ.ศ. 2557 ราชบัณฑิตผู้เชี่ยวชาญทางคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ ได้สกัดสูตรวิทยาศาสตร์จากอักขรวิธีสยามปาฬิในพระไตรปิฎก จปร. อักษรสยาม พ.ศ. 2436  ต่อมาได้ตีพิมพ์ในวารสารราชบัณฑิตยสภาโดย ศ.ดร.ชิดชนก เหลือสินทรัพย์, ราชบัณฑิต พ.ศ. 2557

สูตรสกัดนี้เป็นการพิสูจน์ความเป็นเอกภาพของการแบ่งพยางค์ระหว่างอักขรวิธีสยามปาฬิ กับ อักขรวิธี ละหุคะรุ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ ซึ่ง ศ.กิตติคุณ ดร.วิจินตน์ ภาณุพงศ์ ผู้ก่อตั้งภาควิชาภาษาศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการถอดเสียงจากอักษรสยาม ทั้งนี้ยังได้พิสูจน์ว่าแม่นตรงกับเนื้อหา ปาฬิภาสา-อักษรโรมัน ฉบับสากล และวิธีการออกเสียงตามกฎไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิอีกด้วย 

ทั้ง ปาฬิ-รัสเซีย และ ปาฬิ-พินอิน ในโครงการพระไตรปิฎกสากลจึงมีลักษณะพิเศษ คือ สามารถเรียงพิมพ์สระเสียงยาวเป็นเสียงละหุ และสระเสียงสั้นเป็นเสียงคะรุ ในตำแหน่งพิเศษที่ไวยากรณ์ระบุไว้ (กัจจายะนะ-ปาฬิ ข้อ 602) โดยเทคโนโลยีการพิมพ์ดิจิทัล ได้แก่ เสียงละหุ พิมพ์สีเบาโปร่ง เช่น พยางค์สระเสียงสระยาวที่มีตัวสะกด และเสียงคะรุ พิมพ์สีเข้มทึบ เช่น พยางค์เสียงสระสั้นท้ายบาท เป็นต้น

ในการนี้โครงการพระไตรปิฎกสากลได้อ้างอิงสูตรสกัดดังกล่าว ปัจจุบันเรียกว่า "สูตรสกัดชิดชนก" โดยเขียนเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์การแบ่งพยางค์สัชฌายะ ซึ่งได้รับสิทธิบัตร เลขที่ 46390 (พ.ศ. 2557) ทำให้สามารถเรียงพิมพ์เป็นพระไตรปิฎกสากล ฉบับสัชฌายะ ชุด ภ.ป.ร. (ต้นฉบับปาฬิภาสา) ชุด 40 เล่ม และ ชุด ส.ก. (โน้ตเสียงปาฬิ) ชุด 40 เล่ม รวมชุด 80 เล่ม พ.ศ. 2559  และมูลนิธิพระไตรปิฎกสากลได้นำขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2560

พระไตรปิฎกสัชฌายะ ชุด ภ.ป.ร. และชุด ส.ก. ในข้อ 1 จึงเป็นมาตรฐานการอ้างอิงการเขียนเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกสากล ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นมาตรฐานของพระไตรปิฎกดิจิทัลชุดแรกของโลก (ดู สิทธิบัตร เลขที่ 46390 และลิขสิทธิ์ที่เกี่ยวเนื่อง

สูตรสกัดคณิตศาสตร์

 

2. ฉบับสัชฌายะ ชุดอักขะระชาติพันธุ์ไต
จากการเปลี่ยนผ่านทางด้านดิจิทัลของพระไตรปิฎกสากล (Digital Tipitaka Transformation) ซึ่งอ้างอิงกับฉบับสัชฌายะ ชุด ภ.ป.ร. และ ชุด ส.ก. ทำให้โครงการพระไตรปิฎกสากลใน พ.ศ. 2562 ได้ขยายการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นชุดอักขะระต่างๆ ของชาติพันธุ์ไต เรียกว่า พระไตรปิฎกสัชฌายะ ชุดอักขะระชาติพันธุ์ไต รวมทั้งสิ้น 16 ชุดอักขะระ ชุดละ 40 เล่ม ซึ่งเป็นการยืนยันในระบบดิจิทัลการออกเสียงในอักขรวิธีไตที่มีประวัติศาสตร์ของการบันทึกพระไตรปิฎกใบลานในถิ่นฐานต่างๆ ของโลก กล่าวคือ พระไตรปิฎกกขะระไตโบราณล้วนสอดคล้องกับอักขรวิธีการแบ่งพยางค์เสียงสะกดและเสียงกล้ำของพระไตรปิฎก จปร. และพระไตรปิฎกฉบับสากล ที่ปัจจุบันสามารถจดเป็นสิทธิบัตรโปรแกรมสัชฌายะ

ต้นฉบับเสียงปาฬิ อักขะระไต-สยาม 
 

สัททะอักขะระไทย ของชาติพันธุ์ไต-สยาม
รวม ปาฬิ-รัสเซีย และปาฬิ-พินอิน 

3. น้ตเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกสากล
การสร้างสรรค์อักขรวิธี ละหุคะรุ สัททะอักขะระไทย-ปาฬิ ในทางวิชาการด้านภาษาศาสตร์ ในข้อ 1 ทำให้โครงการพระไตรปิฎกสากลสามารถพัฒนาต่อยอดการถอดเสียงปาฬิอย่างละเอียด (Phonetic Transcription) เป็น การบันทึกโน้ตแบบสากลสำหรับเขียนเสียงปาฬิในพระไตรปิฎกด้วยวิชาการทางดุริยางคศาสตร์ ด้วยวิธีการบันทึกโน้ตบนบรรทัดเส้นเดี่ยวซึ่งสามารถแสดงถึงการออกเสียงที่ปราศจากวรรณยุกต์ เรียกว่า โน้ตเสียงปาฬิ (Pāḷi Notation) อันเป็นผลงานนวัตกรรมการศึกษาค้นคว้าทางสหวิชาการที่สนับสนุนโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และมูลนิธิพระไตรปิฎกสากล พ.ศ. 2557-2559 และได้รับรางวัลพระราชทานผลงานวิจัยดีเด่นจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. 2562 (ดู รศ.ดร.ศศี พงศ์สรายุทธ

โน้ตเสียงปาฬิ จึงเป็นมาตรฐานของการอ่านออกเสียงที่เรียกว่า การออกเสียงสัชฌายะ (Sajjhāya Recitation) ที่เป็นสากล เพราะเป็นครั้งแรกที่สามารถบันทึกด้วยสัททสัญลักษณ์ทางเสียงปาฬิที่เป็นสากล (Pāḷi Phonetic Symbol) 

โน้ตเสียงปาฬิ-พินอิน

4. การสร้างสรรค์ ปาฬิ-พินอิน
จากองค์ความรู้ของการถอดเสียงปาฬิเป็นสัททสัญลักษณ์สากล ในข้อ 3 และการศึกษาเปรียบเทียบชุดอักขะระชาติพันธุ์ไต ในข้อ 2 ทำให้โครงการพระไตรปิฎกสากลทดลองสร้างสรรค์การเขียนเสียงปาฬิด้วยอักษรรัสเซีย (Cyrilic Alphabet) และอักษรพินอินของจีน (Chinese Pinyin) ซึ่งได้ทำการศึกษาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษารัสเซียและภาษาจีนในมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยเฉพาะจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยนเรศวร ตามลำดับ ซึ่งสามารถสร้างสรรค์เป็นโปรแกรมลิขสิทธิ์ตามสิทธิบัตรสัชฌายะ เรียกว่า ปาฬิ-รัสเซีย (Pāḷi-Russia, copyright no. 378472) และ ปาฬิ-พินอิน (Pāḷi-Pinyin copyright no. 378471) พ.ศ. 2562

สูตรสกัดนี้ จึงเป็นการถอดโค้ตเสียงปาฬิ ในระบบดิจิทัลทั้ง 49 เสียงปาฬิ (รวมเสียงละหุและเสียงคะรุ) ตามไวยากรณ์กัจจายะนะในพระไตรปิฎก ที่นำไปสู่การเปลี่ยนผ่านในระบบดิจิทัลที่สมบูรณ์เป็นครั้งแรก

แม้ว่าในอดีตจะมีการสร้างพระไตรปิฎกด้วยอักขะระรัสเซียมาแล้ว แต่เป็นเพียงการปริวรรตถอดอักษร (Transliteration) ด้วยเทคนิคคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียวโดยไม่คำนึงถึงการออกเสียงปาฬิตามไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ ทำให้พระไตรปิฎกรัสเซียในอดีตไม่สามารถเขียนเสียงปาฬิด้วยอักขะระรัสเซียได้อย่างแม่นตรง ดังนั้น ปาฬิ-รัสเซีย และ ปาฬิ-พินอิน ในโครงการพระไตรปิฎกสากลจึงเป็นการเขียนเสียงพระไตรปิฎกใหม่ทั้งในทางสัททศาสตร์และดุริยางคศาสตร์สากล เป็นระบบการเขียนเสียงที่ไม่มีวรรณยุกต์สูงต่ำ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาการแทรกแซงทางเสียงในทางภาษาศาสตร์ (Linguistic Interference) กล่าวคือ ในแต่ละคำในภาษารัสเซียมีการเน้นเสียง (Accent) ที่ต่างกันในแต่ละพยางค์ ทำให้สับสนเมื่อนำอักษรรัสเซียมาเขียนเสียงปาฬิซึ่งแต่ละพยางค์ปาฬิไม่มีการเน้นเสียงเหมือนในภาษารัสเซีย จากการศึกษาอย่างละเอียดของนักวิชาการทางภาษาที่ทำงานเปรียบเทียบพร้อมกันทั้งภาษารัสเซียและภาษาจีน ทำให้สามารถพัฒนาอักษรพินอิน เป็น ปาฬิ-พินอิน ซึ่งเป็นระบบเสียงสามัญหรือเสียงที่ไม่มีวรรณยุกต์สูงต่ำ ต่างจากเสียงพินอินเดิมที่มีเสียงวรรณยุกต์สูงต่ำ

ต้นฉบับ สัททะอักขะระ ปาฬิ-พินอิน พ.ศ. 2562
ที่ใช้ถอดเป็นโน้ตเสียง ปาฬิ-พินอิน พ.ศ. 2563

 

 

5. เสียงสัชฌายะดิจิทัลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
โน้ตเสียงปาฬิ-รัสเซีย (Russian Pāḷi Notation) และ โน้ตเสียงปาฬิ-พินอิน (Pinyin Pāḷi Notation) ได้มีการบันทึกเสียงด้วยวิธีสัชฌายะจากโน้ตเสียงดังกล่าวโดยผู้เชี่ยวชาญทางการออกเสียงตามไวยากรณ์กัจจายะนะ-ปาฬิ ซึ่งปัจจุบันพิมพ์โน้ตเสียงปาฬิเป็นชุดสมบูรณ์ 250 เล่ม (ดู ศ.ดวงใจ ทิวทอง) (ดู เพิ่มเติมอ้างอิงหลังฐาน MRI) และบันทึกเป็นเสียงสัชฌายะทั้งชุดได้สำเร็จ จำนวน 3,052 ชั่วโมง ความจุ 1.6 เทระไบต์ พร้อมทั้งยังได้บันทึกลงในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ตารางอักษรพินอินเดิม เสียงพยัญชนะปาฬิไม่ครบ
 

ตาราง ปาฬิ-พินอิน เสียงปาฬิครบ 41 เสียง
 

การใช้เสียงมนุษย์ออกเสียงสัชฌายและสังเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อให้แสดงผลอย่างรวดเร็วและเป็นจริง (Real Time) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของพระไตรปิฎกสากลทั้งชุด จึงเป็นการง่ายในการอ้างอิงเสียงดังกล่าวเพื่อตรวจสอบกับ อักขรวิธีปาฬิ-รัสเซีย และ อักขรวิธีปาฬิ-พินอิน ที่สร้างสรรค์ขึ้นใหม่ ซึ่งชาวรัสเซียและชาวจีนผู้เป็นเจ้าของภาษาสามารถฟังเทียบและฝึกฝนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในเบื้องต้นได้รับการยืนยันจากนักวิชาการผู้เป็นเจ้าของภาษาทั้งรัสเซียและจีนว่าสามารถเป็นต้นแบบของการออกเสียงพระไตรปิฎกเผื่อเผยแผ่แก่ชาวรัสเซียและชาวจีน